REIT Watch – นักลงทุนรายย่อยเป็นผู้ซื้อสุทธิของ S-REIT ในเดือนมีนาคม

ภาค S-REIT ตามที่วัดโดยดัชนี iEdge S-REIT ปรับตัวลดลงในไตรมาสแรกของปี 2569 เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนมกราคม แต่ลดลง 7% ในเดือนมีนาคม ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผลตอบแทนรวมเป็นลบที่ 6.4% ในไตรมาส 1 ปี 2569 แม้ว่าผลการดำเนินงานด้านราคาจะอ่อนตัวลง แต่กิจกรรมการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยในภาค S-REIT กลับเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม โดยนักลงทุนรายย่อยเป็นผู้ซื้อสุทธิและมีการเข้าซื้อสุทธิมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ตลอดทั้งเดือน สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง S-REIT 10 กองที่มีการเข้าซื้อจากนักลงทุนรายย่อยสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ CapitaLand Ascendas REIT, Frasers Centrepoint Trust, Mapletree Industrial Trust, Keppel REIT, Lendlease Global Commercial REIT, Parkway Life REIT, CapitaLand India Trust, ESR REIT, Keppel…

ดัชนี Straits Times มีผลตอบแทนรวมในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ที่ 5.6%

ดัชนี STI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ในไตรมาส 1 ปี 2569 ส่งผลให้ผลตอบแทนรวมอยู่ที่ 5.6% เมื่อรวมเงินปันผลแล้ว ซึ่งสูงกว่าทั้งดัชนี FTSE APAC (+0.4%) และดัชนี FTSE World (-3.0%) ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ โดยนับตั้งแต่สิ้นปี 2562 การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนรายเดือน (dollar-cost averaging) ในกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนี STI มีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 8.4% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งคิดเป็นประมาณสี่ในห้าของผลตอบแทนรวมรายปีของ ETF ของการลงทุนแบบครั้งเดียวที่อยู่ที่ 10.5%   ดัชนี FTSE ST Mid & Small Cap และ Next-50 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี Fledgling…

REIT Watch – S-REIT ภาคธุรกิจการบริการและที่พักส่วนใหญ่รายงานรายได้และเงินปันผลสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ (S-REIT) กลุ่มธุรกิจการบริการและที่พักแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยส่วนใหญ่มีการจ่ายเงินปันผลที่ทรงตัวหรือสูงขึ้นในรายงานผลประกอบการล่าสุด ในทรัสต์ห้ากองที่เน้นการลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มธุรกิจการบริการและที่พัก มีทรัสต์สี่กองได้รายงานรายได้และการจ่ายเงินปันผลรวมที่สูงขึ้นในงวดการเงินล่าสุดที่สิ้นสุด ณ เดือนธันวาคม 2568 CapitaLand Ascott Trust (CLAS) ซึ่งครบรอบ 20 ปีของการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (SGX) ในเดือนนี้ มีรายได้เติบโต 4% ในช่วงครึ่งปีหลังเป็น 439.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่เงินปันผลหลักที่จ่ายให้กับผู้ถือหลักทรัพย์ที่เชื่อมโยงกัน (Distribution per Stapled Security หรือ DPS) ก็เพิ่มขึ้นเป็น 0.0358 ดอลลาร์สิงคโปร์ จาก 0.0355 ดอลลาร์สิงคโปร์ การเพิ่มขึ้นของเงินปันผลมีปัจจัยขับเคลื่อนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น การปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน และรายได้จากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำที่สูงขึ้น นาย Lui Chong Chee ประธานผู้จัดการของ CLAS ระบุในประกาศผลประกอบการเดือนมกราคมว่า นับตั้งแต่การเข้าจดทะเบียนใน SGX เมื่อสองทศวรรษก่อน CLAS ได้เพิ่มรายได้จากการจ่ายเงินปันผล ณ อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นประมาณ 12% และสร้างผลตอบแทนรวมมากกว่า…

การดึงเงินทุนจากหุ้นขนาดเล็กทั่วโลกเข้าสู่ตลาดหุ้นสิงคโปร์

กองทุน Avantis International Small Cap Value ETF (AVDV) ซึ่งบริหารโดย Avantis Investors (American Century) ลงทุนในหุ้นขนาดเล็กนอกสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมากกว่า 1,700 ตัวทั่วโลก รวมถึงหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ประมาณ 40 หุ้น ซึ่งหุ้นสิงคโปร์ทั้ง 40 ตัวนี้มีผลตอบแทนรวมเฉลี่ย 8% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หรือ 6% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เมื่อถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนของกองทุน ETF ดังกล่าว   หุ้นทั้ง 40 ตัวดังกล่าวมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 50,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADT) ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 123 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยหุ้นกลุ่มนี้ยังมีการเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันสุทธิรวมที่ 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งนำโดยการเข้าซื้อสุทธิโดยนักลงทุนสถาบันในหุ้นภาควัสดุและอุตสาหกรรม   เกือบสามในสี่ของหุ้น 40 ตัวนี้มีส่วนต่างราคาเสนอซื้อ–เสนอขายแคบลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย Global Resource Construction…

REIT Watch – UI Boustead REIT: กองทรัสต์เข้าใหม่ในกลุ่ม REIT ทางอุตสาหกรรมของ

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (SGX), หนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยลงทุน IPO ของ UI Boustead REIT UI Boustead REIT คาดว่าจะเริ่มซื้อขายบนกระดานหลักของ SGX ในวันที่ 12 มีนาคม โดยกองฯ มีนโยบายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมทั่วไป อุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดรายละเอียดสูง และพื้นที่เชิงธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พอร์ตทรัพย์สินที่เสนอขายใน IPO ประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ 23 แห่ง โดย 21 แห่งเป็นทรัพย์สินประเภทสิทธิการเช่าระยะยาวในสิงคโปร์ และอีก 2 แห่งเป็นทรัพย์สินประเภทถือครองกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ในญี่ปุ่น มูลค่าประเมินทรัพย์สินรวมตามที่ตกลงกันอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยมีพื้นที่อาคารรวม 5.9 ล้านตารางฟุต และพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 5.3 ล้านตารางฟุต พอร์ตทรัพย์สินนี้มีการกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายประเภทอย่างเหมาะสม โดยไม่มีอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งที่มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของมูลค่าทรัพย์สินตามที่ตกลงกันไว้ ปัจจุบัน พอร์ตทรัพย์สินของกองฯ มีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 89.4% ทรัพย์สินหลัก ได้แก่ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Razer, Edward…

REIT Watch – S-REIT ยังคงแข็งแกร่งจากแรงหนุนของ AI

S-REIT ที่ลงทุนเฉพาะในศูนย์ข้อมูล ที่มา: ข้อมูลของบริษัท, Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ (S-REIT) ที่ลงทุนเฉพาะในศูนย์ข้อมูล (DC) มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในผลการดำเนินงานล่าสุดสิ้นสุดที่เดือนธันวาคม โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ในระดับสูงและมีการปรับขึ้นค่าเช่าที่แข็งแกร่งท่ามกลางการนำเทคโนโลยี cloud และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน S-REIT ที่ลงทุนเฉพาะในศูนย์ข้อมูลทั้งสามกอง อย่าง Keppel DC REIT, Digital Core REIT และ NTT DC REIT ยังมีรายได้ที่นำไปปันผลได้เพิ่มขึ้นในรอบระยะเวลารายงานล่าสุด อันเป็นผลมาจากรายได้ที่สูงขึ้น CBRE ระบุในรายงานเดือนนี้ว่าการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายด้านเงินลงทุนของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่พิเศษ (Hyperscale) โดยรวมทั่วโลกในปี 2569 มีจำนวนมากว่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทอย่าง Google, AWS, Microsoft และ Meta ต่างมุ่งมั่นที่จะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งนี้ CBRE ยังเสริมว่า…

ดัชนี STI ทะลุ 5,000 จุด ขณะที่ GDP สิงคโปร์โตพุ่ง 5.0% ในปี 2568

ดัชนีหุ้นหลักในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเริ่มต้นไตรมาส 1 ปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง โดย FTSE APAC ปรับตัวขึ้น 9% จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เทียบกับดัชนี FTSE World ที่ปรับตัวขึ้น 1.4% ขณะที่ดัชนี STI ของสิงคโปร์ปรับตัวขึ้น 8.1% และได้ทะลุระดับ 5,000 จุดแล้วในปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจที่ขึ้นนำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง UOL Group, Hongkong Land และ City Developments Limited ควบคู่ไปกับหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอย่าง Keppel และ ST Engineering   เศรษฐกิจสิงคโปร์ยังคงแข็งแกร่งตลอดปี 2568 ต่อยอดจากการเติบโต 3% ในปี 2567 สู่การขยายตัวของ GDP ที่ 5.0% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคการผลิต การค้าส่ง และภาคการเงิน…

REIT Watch – S-REIT ด้านการดูแลสุขภาพมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยที่หลากหลาย แต่ยังคงมีเสถียรภาพด้านการดำเนินงานท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน

กำหนดการประกาศผลกระกอบการหรืออัปเดตทางธุรกิจของ S-REIT ทรัสต์ วันที่ประกาศ เวลาที่ประกาศ สำหรับช่วงเวลา ประเภท Suntec REIT 22 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ปีงบการเงิน ผลประกอบการ Frasers Centrepoint Trust 23 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ไตรมาส 1 อัปเดตธุรกิจ Mapletree Logistics Trust 26 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ไตรมาส 3 ผลประกอบการ OUE REIT 28 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ปีงบการเงิน ผลประกอบการ Mapletree Industrial Trust 28 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ไตรมาส 3 ผลประกอบการ CapitaLand Ascott Trust 29 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ปีงบการเงิน…

ผู้ค้าปลีกทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 3 ราย ขึ้นนำการเข้าซื้อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย

ในเดือนมกราคม หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มากกว่า 90 หุ้น ประกาศยอดการขายออกสุทธิโดยนักลงทุนสถาบันจำนวน 17 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าปลีกทางการเงินขนาดกลาง-เล็ก (SMID) ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 3 ราย กลับโดดเด่น โดยดึงยอดเข้าซื้อสุทธิที่ 8.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นผลการทำงานที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มนี้ ทั้งสามรายนี้ยังมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADT) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ไปจนถึงปี 2568 และถึงเดือนมกราคม 2569 ด้วย   MoneyMax ขึ้นนำในกลุ่มนี้ ด้วยยอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันที่ 4.0 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (0.65% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่ 624 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทฯ พุ่งขึ้นถึง 53% จากแรงหนุนของตลาดทองคำโลก ValueMax และ Aspial Lifestyle ตามมาด้วยยอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันที่ 2.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และ 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ตามลำดับ และมีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นที่ 18% และ…

นักลงทุนสถาบันพลิกเป็นผู้ขายสุทธิหลังการเสนอขายหุ้นใหม่เข้าสู่ตลาด

สำหรับช่วงห้าวันทำการซื้อขายระหว่างวันที่ 23–29 มกราคม นักลงทุนสถาบันเป็นผู้ขายสุทธิของหุ้นสิงคโปร์ โดยยอดการขายออกสุทธิจากนักลงทุนสถาบันจำนวน 61.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทำให้ยอดเข้าซื้อสุทธิของเดือนลดลงเหลือ 211.0 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หุ้นที่มีการขายออกสุทธิสูงที่สุดในช่วงห้าวันทำการซื้อขายนี้ ได้แก่ DBS Group Holdings, CapitaLand Ascendas REIT, CapitaLand Integrated Commercial Trust, Jardine Matheson Holdings, Singapore Tech Engineering, Sembcorp Industries, Jardine Cycle & Carriage, Frasers Centrepoint, Oversea‑Chinese Banking Corporation และ Seatrium ในขณะเดียวกัน United Overseas Bank, CapitaLand Investment, Singtel, Wilmar International, iFAST Corporation, CNMC Goldmine Holdings,…