- ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 มีหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนหลักในสิงคโปร์มากกว่า 50 ตัวถูกซื้อคืนจากตลาดเปิดรวมมูลค่า 911 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 750 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วง 4M25 และ 343 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 โดยหุ้นจดทะเบียนรองของ Jardine Matheson และ Hongkong Land ได้ถูกซื้อคืนเป็นมูลค่าเกือบ 211 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569
- Singtel, OCBC และ Keppel ขึ้นนำในด้านมูลค่าการซื้อหุ้นคืน โดยได้ซื้อหุ้นคืนรวมกันคิดเป็นมูลค่ารวม 636 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่หุ้นนอกดัชนี Straits Times (STI) ที่ขึ้นนำในด้านมูลค่าการซื้อหุ้นคืน ได้แก่ The Hour Glass, Hong Fok, Chuan Hup, Hong Lai Huat และ Food Empire ซึ่งมีมูลค่าการซื้อหุ้นคืนรวม 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ผ่านการเข้าซื้อในตลาดหลักทรัพย์
- ภายใต้อำนาจอนุมัติให้ซื้อหุ้นคืนสำหรับปีงบการเงิน 2568 Hong Lai Huat Group ได้ซื้อหุ้นคืนจำนวน 3 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.8% ของทุนที่ออก โดยฝ่ายบริหารระบุว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคืนเงินสดส่วนเกินให้แก่ผู้ถือหุ้น ลดความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนผ่านหุ้นทุนซื้อคืน
บริษัทต่าง ๆ มักซื้อหุ้นคืนเพื่อสนับสนุนแผนค่าตอบแทนพนักงาน หรือเพื่อใช้เงินทุนส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหน่วยงานกำกับดูแลบัญชีและนิติบุคคลของสิงคโปร์ (ACRA) ระบุว่าการซื้อหุ้นคืนสามารถช่วยปรับปรุงตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ เช่น กำไรต่อหุ้น (EPS) และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ใช้ประโยชน์จากการประเมินมูลค่าที่ต่ำกว่าความเป็นจริง และช่วยลดต้นทุนเงินทุนโดยรวม ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 มีบริษัทที่จดทะเบียนหลักในสิงคโปร์มากกว่า 50 แห่ง ได้ร่วมกันซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์มูลค่า 911 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จากประมาณ 750 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2568 และ 343 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2567

หุ้นจดทะเบียนรองยังคงมีความเคลื่อนไหวในการซื้อหุ้นคืนในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 โดย Hongkong Land Holdings ได้ซื้อหุ้นคืนประมาณ 11.0 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 88.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย 8.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น และ Jardine Matheson Holdings ได้ซื้อหุ้นคืนประมาณ 2.85 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 211.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคาเฉลี่ย 74.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น
ตารางด้านล่างแสดงรายละเอียดการซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่จดทะเบียนหลักผ่านการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ตามปกติ (on-market acquisition) ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ตารางดังกล่าวไม่รวมการซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่น และไม่รวมถึงการซื้อหุ้นคืนของสำหรับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ทรัสต์ที่ถือครองและดำเนินธุรกิจจริง (Business Trust) และ ทรัสต์ที่ผูกหลักทรัพย์รวมกัน (Stapled Trust)
| การซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่จดทะเบียนหลักผ่านการซื้อขายในตลาด | จำนวนหุ้นที่ซื้อ | มูลค่าการซื้อหุ้นคืน (รวมอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมการชำระราคา)(S$) | ราคาเฉลี่ยที่ชำระต่อหุ้น (S$) | การซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่จดทะเบียนหลักผ่านการซื้อขายในตลาด | จำนวนหุ้นที่ซื้อ | มูลค่าการซื้อหุ้นคืน (รวมอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมการชำระราคา)(S$) | ราคาเฉลี่ยที่ชำระต่อหุ้น (S$) |
| SINGAPORE TELECOMMUNICATIONS | 61,214,605 | $299,823,769 | 4.898 | 17LIVE GROUP | 460,000 | $505,978 | 1.100 |
| OVERSEA-CHINESE BANKING CORP | 9,600,000 | $209,870,177 | 21.861 | ATTIKA GROUP | 1,123,700 | $439,246 | 0.391 |
| KEPPEL | 10,495,400 | $126,482,606 | 12.051 | VIBRANT GROUP | 2,500,000 | $389,736 | 0.156 |
| UNITED OVERSEAS BANK | 2,034,000 | $74,501,863 | 36.628 | TELECHOICE INTERNATIONAL | 1,390,100 | $343,037 | 0.247 |
| SINGAPORE TECHNOLOGIES ENGINEERING | 5,750,000 | $59,411,909 | 10.333 | INTRACO | 888,405 | $336,466 | 0.379 |
| SATS | 9,554,200 | $34,968,032 | 3.660 | SIA ENGINEERING COMPANY | 83,600 | $259,429 | 3.103 |
| SINGAPORE AIRLINES | 3,000,000 | $20,240,960 | 6.747 | KARIN TECHNOLOGY HLDGS | 876,500 | $233,676 | 0.267 |
| SEATRIUM | 7,500,000 | $17,860,790 | 2.381 | OXLEY HLDGS | 2,337,600 | $190,454 | 0.081 |
| SINGAPORE EXCHANGE | 950,000 | $16,779,424 | 17.663 | NORDIC GROUP | 239,300 | $129,800 | 0.542 |
| THE HOUR GLASS | 4,496,900 | $10,424,556 | 2.318 | CSC HLDGS | 7,330,000 | $113,553 | 0.015 |
| HONG FOK CORPORATION | 10,807,600 | $9,904,866 | 0.916 | TREK 2000 INTERNATIONAL | 1,109,900 | $113,424 | 0.102 |
| VENTURE CORPORATION | 257,200 | $4,009,280 | 15.588 | CREDIT BUREAU ASIA | 89,700 | $113,170 | 1.262 |
| GENTING SINGAPORE | 5,400,000 | $3,632,514 | 0.673 | ALLIANCE HEALTHCARE GROUP | 529,600 | $78,114 | 0.147 |
| CHUAN HUP HLDGS | 14,865,900 | $3,510,519 | 0.236 | LINCOTRADE & ASSOCIATES HLDGS | 271,600 | $75,338 | 0.277 |
| HONG LAI HUAT GROUP | 30,053,700 | $2,580,634 | 0.086 | SARINE TECHNOLOGIES | 312,000 | $66,989 | 0.215 |
| FOOD EMPIRE HLDGS | 794,700 | $2,100,920 | 2.611 | GHY CULTURE & MEDIA HOLDING | 434,700 | $63,379 | 0.146 |
| FIRST RESOURCES | 1,017,600 | $2,009,292 | 1.975 | BAKER TECHNOLOGY | 127,200 | $63,057 | 0.496 |
| A-SONIC AEROSPACE | 3,208,900 | $1,668,572 | 0.520 | MICRO-MECHANICS (HLDGS) | 26,300 | $50,018 | 1.902 |
| IFAST CORPORATION | 173,100 | $1,546,075 | 8.932 | ASPIAL CORPORATION | 250,000 | $34,611 | 0.138 |
| FRASER AND NEAVE | 995,200 | $1,439,012 | 1.446 | OCEAN SKY INTERNATIONAL | 505,000 | $23,684 | 0.047 |
| GLOBAL INVESTMENTS | 7,291,200 | $932,996 | 0.128 | JASON MARINE GROUP | 145,000 | $20,573 | 0.142 |
| COMFORTDELGRO CORPORATION | 501,400 | $726,948 | 1.450 | YKGI | 121,000 | $18,471 | 0.153 |
| HOCK LIAN SENG HLDGS | 1,660,500 | $691,612 | 0.417 | KODA | 45,000 | $15,760 | 0.350 |
| KINGSMEN CREATIVES | 1,300,700 | $666,900 | 0.513 | ST GROUP FOOD INDUSTRIES HLDGS | 50,000 | $6,848 | 0.137 |
| PAN-UNITED CORPORATION | 413,100 | $584,692 | 1.415 | NEW TOYO INTERNATION HLDGS | 23,000 | $5,299 | 0.230 |
| KIMLY | 1,371,400 | $538,682 | 0.393 |
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (SGX) (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569)
Singapore Telecommunications ขึ้นนำในตลาดสิงคโปร์ด้านมูลค่าการซื้อหุ้นคืนในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 โดยได้ซื้อหุ้นคืนจำนวน 61.2 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 4.898 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น และมีมูลค่ารวมจำนวน 300 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ การซื้อหุ้นคืนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำหรับทั้งแผนค่าตอบแทนพนักงาน และโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการสร้างมูลค่า ทั้งนี้ คณะกรรมการของ Singtel ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการเงินทุนที่กำลังดำเนินอยู่ โครงการนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการ และแหล่งเงินทุนของโครงการนี้มาจากเงินทุนส่วนเกินที่เกิดจากรายได้จากการหมุนเวียนสินทรัพย์
Hong Lai Huat Group: การฟื้นตัวในปีงบการเงิน 2568 พร้อมวินัยด้านการบริหารเงินทุน
ภายใต้อำนาจอนุมัติให้ซื้อหุ้นคืนสำหรับปีงบการเงิน 2568 บริษัท Hong Lai Huat Group ได้ซื้อหุ้นคืนจำนวน 35.3 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.81% ของทุนจดทะเบียนที่ออกในขณะนั้น บริษัทฯ ระบุว่าโครงการซื้อหุ้นคืนมีวัตถุประสงค์เพื่อคืนเงินสดส่วนที่ไม่จำเป็นต่อเงินทุนหมุนเวียน ลดความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น และบริหารจัดการการซื้อขายแบบเก็งกำไร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังระบุว่าหุ้นที่ซื้อคืนนั้นอาจถูกถือไว้เป็นหุ้นทุนซื้อคืน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินทุน รวมถึงการนำมาใช้สนับสนุนการระดมทุนในอนาคตโดยไม่จำเป็นต้องออกหุ้นใหม่
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการต่ออายุอำนาจการซื้อหุ้น โดยครอบครัว Ong และบุคคลที่เกี่ยวข้องงดออกเสียงตามข้อกำหนดตามกฎการเข้าซื้อกิจการ โดย ณ การประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569
การอนุมัติดังกล่าวยืนยันว่าผู้ถือหุ้นอิสระได้ยอมรับว่า การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมที่เกิดขึ้นจากการซื้อหุ้นคืนภายใต้อำนาจที่ได้รับอนุมัติสำหรับปีงบการเงิน 2569 เพียงอย่างเดียวจะไม่ก่อให้เกิดการเสนอการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดโดยบังคับ
หุ้นที่บริษัทฯ ซื้อคืนในปีงบการเงิน 2568 ถูกซื้อคืนในราคาเฉลี่ย 0.086 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้น ณ สิ้นเดือนเมษายนอยู่ที่ 0.092 ดอลลาร์สิงคโปร์ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน (ADT) ของหุ้นในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.57 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จากเพียง 0.003 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงเดียวกันของปี 2568 โดย ณ สิ้นเดือนเมษายน ส่วนต่างราคาซื้อขายเฉลี่ยในช่วงห้าวันลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 129 bps ซึ่งถือว่าแคบลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับระดับของปีก่อนหน้า
ปีงบการเงิน 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม) ของ Hong Lai Huat Group ถือเป็นการพลิกกลับมามีกำไรจากผลขาดทุนในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรจากการจัดประเภททรัพย์สินใหม่ และการเร่งขยายการดำเนินงานของธุรกิจเหมืองหินอ่อน แม้ว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นลบเนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานและการพัฒนาที่กำลังดำเนินอยู่ ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจเหมืองหินอ่อนของกลุ่มฯ ตั้งอยู่ในเขต Aoral จังหวัด Kampong Speu ประเทศกัมพูชา และมุ่งเน้นไปที่การสกัดและจัดหาหินธรรมชาติดิบสำหรับตลาดการส่งออกเป็นหลัก
ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของหุ้นตัวนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 13% จากผลประกอบการปีงบการเงิน 2568 ขณะที่หุ้นมีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 0.4 เท่าของมูลค่าทางบัญชี
สำหรับปีงบการเงิน 2569 Hong Lai Huat Group ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังแต่ยังคงมีวินัย โดยฝ่ายบริหารยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน และความแข็งแกร่งของงบดุล ขณะเดียวกันก็กำลังขยายธุรกิจเหมืองหินอ่อนอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากการเร่งขยายการดำเนินงานในปีงบการเงิน 2568 ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ จุดหลักยังคงอยู่ที่การสร้างเสถียรภาพและรายได้ประจำจากค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เนื่องจากสภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในกัมพูชายังคงอ่อนแอ
