ผู้ค้าปลีกทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 3 ราย ขึ้นนำการเข้าซื้อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย

  • ในเดือนมกราคม หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มากกว่า 90 หุ้น ประกาศยอดการขายออกสุทธิโดยนักลงทุนสถาบันจำนวน 17 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าปลีกทางการเงินขนาดกลาง-เล็ก (SMID) ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 3 ราย กลับโดดเด่น โดยดึงยอดเข้าซื้อสุทธิที่ 8.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นผลการทำงานที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มนี้ ทั้งสามรายนี้ยังมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADT) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ไปจนถึงปี 2568 และถึงเดือนมกราคม 2569 ด้วย

 

  • MoneyMax ขึ้นนำในกลุ่มนี้ ด้วยยอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันที่ 4.0 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (0.65% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่ 624 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทฯ พุ่งขึ้นถึง 53% จากแรงหนุนของตลาดทองคำโลก ValueMax และ Aspial Lifestyle ตามมาด้วยยอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันที่ 2.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และ 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ตามลำดับ และมีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นที่ 18% และ 30% ในเดือนมกราคม

 

  • MoneyMax ได้ยื่นคำขอย้ายหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์รองไปยังตลาดหลักทรัพย์หลัก โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ บริษัทฯ ยังได้ออกแนวทางกำไร (profit guidance) ที่ชี้ให้เห็นถึงผลประกอบการของครึ่งหลังของปี 2568 ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการการจำนำที่แข็งแกร่งและราคาทองคำที่สูงขึ้น มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทฯ ในเดือนมกราคมก็พุ่งขึ้นเช่นกัน โดยสูงกว่าระดับในปี 2568 ถึง 10 เท่า และสูงกว่าระดับในปี 2567 ถึงกว่า 100 เท่า

ในเดือนมกราคม กลุ่มบริษัททั้งสามแห่ง อย่าง MoneyMax Financial Services (MoneyMax), ValueMax Group และ Aspial Lifestyle เป็นหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยของสิงคโปร์ที่มีการเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันสูงที่สุด ทั้งเมื่อพิจารณาจากมูลค่าการเข้าซื้อเข้าสุทธิรวม และมูลค่าการเข้าซื้อสุทธิเมื่อเทียบสัดส่วนกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ทั้งสามบริษัทนี้ดำเนินธุรกิจหลากหลายรูปแบบ โดยมีแกนหลักอยู่ที่ธุรกิจรับจำนำและการค้าปลีกหรือการซื้อขายทองคำและเครื่องประดับ โดยมีกิจกรรมการให้กู้ยืมเป็นแหล่งรายได้เสริมที่สำคัญ นอกจากนี้ แต่ละบริษัทยังมีสาขาและการดำเนินงานจริงอย่างมีนัยสำคัญในสิงคโปร์และมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงในทั้งสองตลาด เมื่อรวมกันแล้ว หุ้นขนาดเล็กถึงกลาง (SMID) ของทั้งสามบริษัทเหล่านี้มีมูลค่าตามราคาตลาดรวม 2.2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ณ สิ้นเดือนมกราคม และทั้งสามบริษัทยังมีมูลค่าเฉลี่ยการซื้อขายต่อวัน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 สู่ปี 2568 และจนถึงเดือนมกราคม 2569

หมายเหตุ: ADT หมายถึง มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover), NIF หมายถึง ยอดซื้อขายสุทธิจากนักลงทุนสถาบัน (Net Institutional Flow), TR หมายถึง ผลตอบแทนรวม (Total Return) ข้อมูล ณ วันที่ 30 มกราคม 2569

กลไกขับเคลื่อนการเติบโตของเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค

การนำเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคมาใช้ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งระดับภูมิภาคสำหรับการขยายขนาดขององค์กร ผู้ที่สนใจอาจกล่าวว่า ยิ่งบริษัทต่าง ๆ เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในจุดที่ลูกค้าสัมผัสกับธุรกิจได้เร็วเท่าไหร่ นักลงทุนก็ยิ่งให้ความสนใจเร็วขึ้นเท่านั้น บริษัททั้งสามแห่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ล้วนดำเนินการเปลี่ยนจุดที่ลูกค้าสัมผัสกับธุรกิจเป็นดิจิทัล โดยมีบริการการต่ออายุออนไลน์ เครื่องมือประเมินมูลค่า และช่องทางชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจรับจำนำและค้าปลีก ทั้งนี้ ValueMax ได้ก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยแอปพลิเคชันมือถือ ValueMax eServices ซึ่งรองรับธุรกรรมการกู้ยืมและการชำระดอกเบี้ยอย่างปลอดภัย รวมถึงมีระบบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (biometric login) เช่น Face ID และการสแกนลายนิ้วมือ สำหรับ Aspial Lifestyle ของ Maxi-Cash และ MoneyMax บริการดิจิทัลของสองบริษัทนี้เน้นไปที่การต่ออายุผ่านมือถือ การประเมินมูลค่าออนไลน์ และการชำระเงินแบบไร้เงินสด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยืนยันที่ชี้ชัดว่ามีการใช้งานระบบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (biometric login) ในแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มปัจจุบันของบริษัท

แรงหนุนจากราคาทองคำดันให้ MoneyMax ขึ้นนำด้านการเข้าซื้อสูงที่สุดในกลุ่ม

MoneyMax มียอดเข้าซื้อสุทธิที่ 4.0 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม คิดเป็น 0.65% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่ 624 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ณ สิ้นเดือนมกราคม นอกจากนี้ ราคาหุ้น MoneyMax ยังปรับตัวขึ้นถึง 53% ในเดือนมกราคม ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของราคาทองคำโลก เมื่อวันที่ 23 มกราคม บริษัทยังได้รับการอนุมัติเบื้องต้นสำหรับการย้ายกระดานซื้อขายจาก SGX-ST ซึ่งได้ประกาศไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 มกราคม และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ MoneyMax ได้ออกแนวทางกำไร (profit guidance) โดยประกาศว่าบริษัทฯ คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งหลังของปีงบการเงิน 2568 และทั้งปีงบการเงิน 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากผลการดำเนินงานธุรกิจรับจำนำที่แข็งแกร่งขึ้น และราคาทองคำที่สูงขึ้นซึ่งช่วยหนุนยอดขายค้าปลีกและการซื้อขายทองคำ การปรับตัวดีขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการขายทองคำและสินค้าหรูที่สูงขึ้น สำหรับครึ่งแรกของปีงบการเงิน 2568 บริษัทฯ มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจรับจำนำ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกและการซื้อขายทองคำและสินค้าหรู นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเน้นถึงการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในสิงคโปร์และมาเลเซียที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีโมเมนตัมที่ดีขึ้น นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในกระดานหลักทรัพย์รองในปี 2556 จนถึงสิ้นเดือนมกราคม MoneyMax ได้สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีประวัติผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และมีการขยายขนาดธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยสามารถทำอัตราผลตอบแทนรวมเฉลี่ยต่อปีที่ 15% การปรับขึ้นของราคาหุ้นในปี 2568 และเดือนมกราคมได้เพิ่มผลตอบแทนระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันพุ่งขึ้นจากประมาณ 9,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2567 เป็นประมาณ 81,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568 และพุ่งขึ้นสู่ราว 986,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม งานวิจัยของ Tickrs เกี่ยวกับหุ้นตัวนี้สามารถดูได้จากที่นี่

ValueMax สร้างโมเมนตัมจากผลกำไรที่แข็งแกร่งและการขยายเครือข่ายธุรกิจ

ValueMax Group มียอดเข้าซื้อสุทธิ 2.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม คิดเป็น 0.24% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ณ สิ้นเดือนมกราคม กลุ่มบริษัทฯ เป็นหนึ่งในเครือบริษัทรับจำนำและค้าปลีกเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ พร้อมทั้งมีธุรกิจให้เงินกู้ทั้งมีและไม่มีหลักประกัน และการซื้อขายทองคำในสิงคโปร์และมาเลเซีย กลุ่มบริษัทฯ มีผลประกอบการทางการเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีงบการเงิน 2567 และต่อเนื่องด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 35.7% สู่ 48.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น 16.8% สู่ 268.3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในครึ่งแรกของปีงบการเงิน 2568 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน) โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในทุกส่วนธุรกิจ ทั้งการรับจำนำ การให้เงินกู้ และการค้าปลีกและซื้อขายทองคำและเครื่องประดับ ValueMax ยังคงขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและความยืดหยุ่นด้านการเงินผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ตราสารการเงินระยะสั้นแบบดิจิทัล มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 39,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2567 เป็นประมาณ 190,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 660,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม งานวิจัยเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้สามารถดูได้จาก FPA Financial ที่นี่และจาก Tickrs ที่นี่

Aspial Lifestyle ขยายระบบนิเวศธุรกิจเครื่องประดับและการรับจำนำที่รวมทุกช่องทาง (OmniChannel)

Aspial Lifestyle ดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่บูรณาการระหว่างค้าปลีกและการเงิน โดยมีสามกลไกหลักที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ได้แก่ การค้าปลีกเครื่องประดับ การรับจำนำ (ผ่าน Maxi‑Cash) และธุรกิจการให้กู้เงินแบบมีหลักประกัน ซึ่งช่วยวางตำแหน่งกลุ่มบริษัทฯ ให้เป็นผู้เล่นชั้นนำด้านไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคและการเงินในสิงคโปร์และมาเลเซีย พอร์ตโฟลิโอด้านค้าปลีกของกลุ่มบริษัทฯ ครอบคลุมแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น Lee Hwa, Goldheart และ Niessing ซึ่งสนับสนุนโดยเครือข่ายจำนวนมากกว่า 70 บูติก ขณะที่ Maxi‑Cash ยังคงขยายพื้นที่ให้บริการในภูมิภาคและเพิ่มความสะดวกสบายผ่านเครื่องมือดิจิทัล เช่น แอป Maxi‑Cash และการจ่ายเงินผ่าน PayNow กลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทฯ เน้นไปที่การขยายกระแสรายได้ที่เกิดขึ้นประจำโดยมีหลักประกันรองรับ การเพิ่มระดับดิจิทัล และการขยายแพลตฟอร์มการกู้ยืมที่ขับเคลื่อนด้วยฟินเทค โครงการเหล่านี้ช่วยหนุนโมเมนตัมของบริษัทในครึ่งแรกของปี 2568 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน) https://links.sgx.com/1.0.0/corporate-announcements/YQBW7YJKN5CWAXBS/ccde8671f0a4781ea0011f54d45e3a3b6117bbe0ca168058e2c723868b6363d5

ด้วยรายได้ที่สูงขึ้น อัตรากำไรที่ดีขึ้น และฐานรายได้ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยทางกลุ่มฯ ได้ก้าวสู่ระบบนิเวศทางการเงิน-ผู้บริโภคที่เน้นดิจิทัลและขยายในระดับภูมิภาคมากขึ้น มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยนต่อวันของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 19,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2567 เป็นประมาณ 250,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568 และเพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 710,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม งานวิจัยเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้สามารถดูได้จาก Tickrs ที่นี่ https://api2.sgx.com/sites/default/files/2025-11/Aspial%20Lifestyle%20Ltd%20-%20%20Initiation%20of%20Coverage%20-%20Gold%2C%20Glamour%20%26%20Growth.pdf

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *