REIT Watch – S-REIT ยังคงแข็งแกร่งจากแรงหนุนของ AI

S-REIT ที่ลงทุนเฉพาะในศูนย์ข้อมูล ที่มา: ข้อมูลของบริษัท, Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ (S-REIT) ที่ลงทุนเฉพาะในศูนย์ข้อมูล (DC) มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในผลการดำเนินงานล่าสุดสิ้นสุดที่เดือนธันวาคม โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่ในระดับสูงและมีการปรับขึ้นค่าเช่าที่แข็งแกร่งท่ามกลางการนำเทคโนโลยี cloud และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน S-REIT ที่ลงทุนเฉพาะในศูนย์ข้อมูลทั้งสามกอง อย่าง Keppel DC REIT, Digital Core REIT และ NTT DC REIT ยังมีรายได้ที่นำไปปันผลได้เพิ่มขึ้นในรอบระยะเวลารายงานล่าสุด อันเป็นผลมาจากรายได้ที่สูงขึ้น CBRE ระบุในรายงานเดือนนี้ว่าการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายด้านเงินลงทุนของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่พิเศษ (Hyperscale) โดยรวมทั่วโลกในปี 2569 มีจำนวนมากว่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบริษัทอย่าง Google, AWS, Microsoft และ Meta ต่างมุ่งมั่นที่จะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งนี้ CBRE ยังเสริมว่า…

ดัชนี STI ทะลุ 5,000 จุด ขณะที่ GDP สิงคโปร์โตพุ่ง 5.0% ในปี 2568

ดัชนีหุ้นหลักในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเริ่มต้นไตรมาส 1 ปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง โดย FTSE APAC ปรับตัวขึ้น 9% จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เทียบกับดัชนี FTSE World ที่ปรับตัวขึ้น 1.4% ขณะที่ดัชนี STI ของสิงคโปร์ปรับตัวขึ้น 8.1% และได้ทะลุระดับ 5,000 จุดแล้วในปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจที่ขึ้นนำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง UOL Group, Hongkong Land และ City Developments Limited ควบคู่ไปกับหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอย่าง Keppel และ ST Engineering   เศรษฐกิจสิงคโปร์ยังคงแข็งแกร่งตลอดปี 2568 ต่อยอดจากการเติบโต 3% ในปี 2567 สู่การขยายตัวของ GDP ที่ 5.0% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคการผลิต การค้าส่ง และภาคการเงิน…

REIT Watch – S-REIT ด้านการดูแลสุขภาพมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยที่หลากหลาย แต่ยังคงมีเสถียรภาพด้านการดำเนินงานท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน

กำหนดการประกาศผลกระกอบการหรืออัปเดตทางธุรกิจของ S-REIT ทรัสต์ วันที่ประกาศ เวลาที่ประกาศ สำหรับช่วงเวลา ประเภท Suntec REIT 22 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ปีงบการเงิน ผลประกอบการ Frasers Centrepoint Trust 23 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ไตรมาส 1 อัปเดตธุรกิจ Mapletree Logistics Trust 26 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ไตรมาส 3 ผลประกอบการ OUE REIT 28 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ปีงบการเงิน ผลประกอบการ Mapletree Industrial Trust 28 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ไตรมาส 3 ผลประกอบการ CapitaLand Ascott Trust 29 ม.ค. หลังตลาดปิดทำการ ปีงบการเงิน…

ผู้ค้าปลีกทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 3 ราย ขึ้นนำการเข้าซื้อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย

ในเดือนมกราคม หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์มากกว่า 90 หุ้น ประกาศยอดการขายออกสุทธิโดยนักลงทุนสถาบันจำนวน 17 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าปลีกทางการเงินขนาดกลาง-เล็ก (SMID) ที่เกี่ยวข้องกับทองคำ 3 ราย กลับโดดเด่น โดยดึงยอดเข้าซื้อสุทธิที่ 8.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นผลการทำงานที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มนี้ ทั้งสามรายนี้ยังมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ADT) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ไปจนถึงปี 2568 และถึงเดือนมกราคม 2569 ด้วย   MoneyMax ขึ้นนำในกลุ่มนี้ ด้วยยอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันที่ 4.0 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (0.65% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่ 624 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทฯ พุ่งขึ้นถึง 53% จากแรงหนุนของตลาดทองคำโลก ValueMax และ Aspial Lifestyle ตามมาด้วยยอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันที่ 2.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และ 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ตามลำดับ และมีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นที่ 18% และ…

นักลงทุนสถาบันพลิกเป็นผู้ขายสุทธิหลังการเสนอขายหุ้นใหม่เข้าสู่ตลาด

สำหรับช่วงห้าวันทำการซื้อขายระหว่างวันที่ 23–29 มกราคม นักลงทุนสถาบันเป็นผู้ขายสุทธิของหุ้นสิงคโปร์ โดยยอดการขายออกสุทธิจากนักลงทุนสถาบันจำนวน 61.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทำให้ยอดเข้าซื้อสุทธิของเดือนลดลงเหลือ 211.0 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หุ้นที่มีการขายออกสุทธิสูงที่สุดในช่วงห้าวันทำการซื้อขายนี้ ได้แก่ DBS Group Holdings, CapitaLand Ascendas REIT, CapitaLand Integrated Commercial Trust, Jardine Matheson Holdings, Singapore Tech Engineering, Sembcorp Industries, Jardine Cycle & Carriage, Frasers Centrepoint, Oversea‑Chinese Banking Corporation และ Seatrium ในขณะเดียวกัน United Overseas Bank, CapitaLand Investment, Singtel, Wilmar International, iFAST Corporation, CNMC Goldmine Holdings,…

ต้นปี 2569: หุ้นสิงคโปร์ 100 ตัว ที่ปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันเกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

การเข้าจดทะเบียนใหม่ช่วยเพิ่มจำนวนหุ้นสิงคโปร์ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันระดับ 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 100 ตัวในเดือนมกราคม ซึ่งรวมถึงหุ้นที่จดทะเบียนในกระดานหลักทรัพย์รองของสองบริษัท ได้แก่ Toku บริษัทเทคโนโลยีด้านประสบการณ์ลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ The Assembly Place สตาร์ทอัพด้านที่พักอาศัยที่มีห้องนอนส่วนตัวและใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน (co-living) นอกเหนือจากหุ้นจดทะเบียนใหม่ของอีกห้าบริษัทในปี 2568 หุ้นที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม (จากที่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และตลอดทั้งปี 2568) ได้แก่ PC Partner, EFH, Ley Choon, Aoxin Q & M, Bukit Sembawang, InnoTek, Pacific Radiance, GuocoLand, Raffles Education, Sunpower และ IX Biopharma โดยหุ้นที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของหุ้นกลุ่มนี้โตขึ้นจาก 3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568 เป็น 23.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในเดือนมกราคม…

Jardine Matheson ซื้อหุ้นคืน และ Tan Yeow Khoon แห่ง Soon Hock เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น

สำหรับช่วงห้าวันทำการซื้อขายระหว่างวันที่ 16–22 มกราคม นักลงทุนสถาบันเป็นผู้ซื้อสุทธิของหุ้นสิงคโปร์ โดยมียอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันจำนวน 1.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ทำให้ยอดเข้าซื้อสุทธิของเดือนอยู่ที่ 272.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หุ้นที่มียอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันสูงที่สุดในช่วงห้าวันทำการซื้อขายดังกล่าว ได้แก่ Oversea-Chinese Banking Corporation, CapitaLand Investment, United Overseas Bank, UOL Group, Singtel, City Developments, Keppel, Wilmar International, Venture Corporation และ SATS โดย Oversea-Chinese Banking Corporation ยังเป็นหุ้นที่มียอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันสูงที่สุดในปีนี้ ตามมาด้วย CapitaLand Investment และ City Developments ขณะเดียวกัน หุ้นที่มีการขายออกสุทธิโดยนักลงทุนสถาบันมากที่สุด ได้แก่ DBS Group Holdings, Yangzijiang Shipbuilding, Seatrium, CapitaLand Integrated Commercial…

REIT Watch – S-Reit 5 กองที่มีการเติบโตที่แข็งแกร่งในกิจกรรมการซื้อขายในครึ่งหลังของปี 2568

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (SGX), Refinitiv, Bloomberg * REIT ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วง 6 เดือน ขั้นต่ำ 0.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์   กิจกรรมการซื้อขายในภาคทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ (S-REIT) เพิ่มขึ้นโดยรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี ท่ามกลางการเข้าจดทะเบียนกอง REIT ใหม่ และกอง REIT ขนาดกลางหลายกองที่มีกิจกรรมการซื้อขายที่ดีขึ้น มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวม (Average Daily Traded Value: ADTV) ของ S-REIT เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 240 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เมื่อเทียบกับประมาณ 230 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงครึ่งแรกของปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าจดทะเบียนของ Centurion Accommodation REIT และ NTT DC REIT ที่เพิ่มขึ้นราว 1% ในไตรมาสที่สามของปี 2568 หากไม่รวม REIT ที่เข้าจดทะเบียนใหม่…

REIT Watch – S-REIT 10 กองที่มียอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนรายย่อยรวมมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568

S-REIT ที่มียอดเข้าซื้อสุทธิจากนักลงทุนรายย่อยสูงสุด 10 กอง ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (SGX), Bloomberg (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2568) ด้วยวันซื้อขายที่เหลืออีกเจ็ดวันในปี 2568 ดัชนี Straits Times (STI) มีผลตอบแทนด้านราคาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 20.7% ณ วันที่ 18 ธันวาคม ขณะที่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์ (S-REIT) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.0% โดยเมื่อรวมเงินปันผลแล้ว ผลตอบแทนรวมของ STI และ S-REIT อยู่ที่ 26.7% และ 14.4% ตามลำดับ ทำให้ S-REIT มุ่งเข้าสู่ปีที่มีผลการดำเนินงานรายปีที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2562 ตามที่ได้เน้นไว้ก่อนหน้าในคอลัมน์นี้ ครึ่งหนึ่งของผลการดำเนินงานนี้เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3 โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านการดำเนินงานพื้นฐานในกลุ่มย่อยของ S-REIT ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงครั้งละ 25 จุดพื้นฐาน…

REIT Watch –S-REIT มุ่งสู่ปีที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2562 ด้วยผลตอบแทนรวม 14.7% ในปี 2568 จนถึงปัจจุบัน

กองทรัสต์ในดัชนี iEdge S-REIT ที่มีผลงานโดดเด่นในปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ที่มา: Bloomberg, เครื่องมือช่วยคัดกรองหุ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ (SGX Stock Screener) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ (S-REIT) มีแนวโน้มจะสร้างผลการดำเนินงานงานรายปีที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากราคาฟื้นตัวขึ้นท่ามกลางการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ และสภาพแวดล้อมทางอัตราดอกเบี้ยที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น ณ วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ดัชนี iEdge S-REIT ได้ปรับตัวขึ้น 9.3% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยเมื่อรวมการจ่ายเงินปันผลแล้วทำให้ผลตอบแทนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 14.7% ซึ่งถือเป็นผลงานรายปีที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งในขณะนั้นดัชนีปรับขึ้น 19.6% และมีผลตอบแทนรวม 27.5% ในบรรดาหุ้น 33 ตัวในดัชนี iEdge S-REIT มีหุ้น 29 ตัวที่ให้ผลตอบแทนรวมเป็นบวกในปี 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยหุ้นที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด 10 อันดับแรกมีผลตอบแทนรวมมากกว่า 20% หุ้นที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น รวมถึง S-REIT ที่ลงทุนในทรัพย์สินหลากหลายประเภท…